เมื่อแรกเจอกับเธอ...ก็ละเมอ...ดั่งต้องมนต์ 

ก็เหมือนคนที่ถูกสะกดดวงใจ...เอาไว้ไม่ให้ไปไหน   

  

  

ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสกับ “บ้านวัดจันทร์” 

เสียงพี่บอย ตรัย ลอยทะลุผ่านสายฝนมาก่อนเลย

ทั้งบรรยากาศ อากาศ ทุกๆอย่าง

รู้สึกเหมือนอยู่ใน...ชั่วโมงต้องมนต์...~  

 

.....................................................................

  

เหมือนกลับมาจากโลกแห่งความฝัน....

เพิ่งกลับมาจากทริปฉบับเร่งด่วนได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ค่ะ

เฮ้อ......อาทิตย์ที่แล้ว ยังอยู่บนสวรรค์อยู่เลย

ตอนนี้ตัวอยู่เมืองกรุงแล้ว แต่หัวใจนี่สิ.....ยังคงอยู่บนดอย ~~

 

 

ที่บอกว่าเป็นทริปเร่งด่วน เพราะอยู่ดีๆก็ได้หยุดแบบสายฟ้าแลบคร่า

เจ้านายกลับไปกินกิมจิที่บ้านเกิด เมื่อนายไม่อยู่ ขี้ข้าอย่างเราก็เริงร่า

มันต้องไปที่ไหนซักที่อ่ะ หยุดยาวแบบนี้ อยู่บ้านเฉยๆมันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่!!!

 

 

จุดเริ่มต้นของทริป “บ้านวัดจันทร์” มาจากคุณพี่ฟอร์ซ่านุ

มาบรรยายสรรพคุณความงาม เยี่ยงเซลล์ขายครีมผิวขาว

ฟังไปฟังมา เคลิ้ม แถมมีรูปประกอบด้วย รู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต

“ไป !!!” ตอบเร็วมาก ใจง่ายสุดๆ ไม่คิดเลย

ทีแรกตั้งใจจะไปช่วงปลายตุลา พี่แกเล่นเคลมไว้ว่ามีใบเมเปิ้ลด้วย

แต่ในเมื่อเสด็จพ่อให้หยุดกะทันหัน ไร้ซึ่งทางเลือกค่ะ!!!!

เลยตัดสินใจไปมันช่วงฝนพรำนี่แหละ

แต่ประเด็นคือ “จะไปกับใครล่ะนั่น!!!”

หยุดก็ไม่ตรงกับชาวบ้าน แถมใครจะไปเที่ยวช่วงฝนตกแบบนี้

ว่าแล้วก็ชวนฟอร์ซ่านุนี่แหละ เฮียไม่เคยไปช่วงหน้าฝนด้วย

ชวนปุ๊บไปปั๊บ ใจง่ายมาก ฮ่าๆๆๆ สบายละมีคนขับรถ โอ้วเย ~*

  

แต่จะไปสองคนก็ยังไงอยู่ เราต้องหาตัวหารค่ะ 555

หาคนขับรถด้วย จะให้เฮียแกขับคนเดียวก็ไม่น่าจะดี

เดี๋ยวเฮียหายใจไม่ทัน ช่วยขับไม่ได้ด้วย ณ จุดนี้

สุดท้าย หาไปหามา สมาชิกเดินทางในทริปนี้ สิริรวมแล้วทั้งหมด 5 คน

มี แน๊ตตี้ เพื่อนนัชชิ 1 คน และ เพื่อนเฮียนุ 2 คน

แต่ละคนไม่รู้จักกันเลย เฮ้!!!!! แอบกังวลเล็กๆ จะเที่ยวกันยังไงล่ะเนี่ย -_-“

ปกติก็เที่ยวแต่กับเพื่อนๆที่สนิท เอาวะ ลองดู   

  

ออกเดินทางคืนวันศุกร์ วางแผนไว้ตอน 3-4 ทุ่ม

เดินทางจริงๆ โน่นนนนนน.... ตี 1 ดีเลย์โคด

พลขับ คือ พี่ฟ้าทะยานโจน ก็....รู้จักกันวันนั้นแหละ

อีกคน ขอเรียกพี่สืบละกัน ฮ่าๆๆ เห็นหน้าแล้วได้อารมณ์ สืบ นาคะเสถียรมาก

หนูเห็นพี่แล้วหนูอยากกลับไปอ่านเพชรพระอุมาอีกซักรอบ

สองหนุ่มรุ่นเดอะ แบบที่เห็นแล้วต้องไหว้ ทำเอาแอบเกร็ง ทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย 

 

จุดมุ่งหมายแรกอยู่ที่ “บ้านวัดจันทร์”

เขาบอกว่าเป็นพื้นที่ที่มีป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ตั้งอยู่ที่ อ.กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่ (ชายขอบเชียงใหม่สุดๆ)

วิธีการเดินทาง ขอบอกว่า ไม่รู้ค่ะ!! 55555 (นั่งและหลับอย่างเดียว)

ได้ยินแว่วๆระหว่างเดินทางพี่ๆเค้าคุยกัน ลอยเข้าหูมาเป็นห้วงๆ

ผ่านแม่ริม ไปแม่แตง แยกแม่มาลัย ทางเดียวกับที่ไปปาย อะไรสักอย่าง (ช่วยมั้ยเนี่ย -_-)

สิ่งที่จำได้แม่นๆคือ สารพัดทางโค้ง ประมาณแปดพันโค้ง

นั่งอยู่ตรงกลางอีกต่างหาก เอียงไป เอียงมา รู้สึกตัวอีกทีน้ำในหูไม่เท่ากัน

 

 

ระหว่างการเดินทาง อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน

ฝนตก แดดออก สลับกันไปมาตลอด

แต่พอขึ้นเขามาเรื่อยๆ อากาศดีสุดๆ

แทบไม่ต้องเปิดแอร์ในรถเลย ลมพัดเย็นสบาย ชิวมาก

ที่สำคัญคือ เขียวมากกกก มองไปทางไหนก็สดชื่น

เวลาขับรถผ่านนาข้าวสีเขียวๆ รู้สึกดีสุดๆ

ยิ่งเปิดเพลงรวมมิตรรายการท่องเที่ยวที่ฟอร์ซ่านุเตรียมมาคลอไปด้วย มันยิ่งได้บรรยากาศ

 

....อากาศดีๆ ทำให้อารมณ์ดี....พออารมณ์ดี ฟังเพลงอะไรก็เพราะ

มองก้อนเมฆก็เหมือนขนมสายไหม มองอะไรก็สวยไปหมด

ตอนไปเชียงรายกับเดอะแก๊งค์ นั่งเครื่องบินไป ก็รู้สึกว่าเร็วดี สบาย ไม่เหนื่อย

ต่างกับครั้งนี้ที่ขับรถไป ถึงจะเหนื่อย เมื่อยก้น แอบเมารถ ปวดคอ ปวดหลัง (เยอะนะ -_-)

แต่สิ่งที่ได้เห็น ได้สัมผัสระหว่างทาง ก็คุ้มนะ ฟอร์ซ่านุจิ้มให้ดูโน่นนี่ตลอดทาง ฮ่าๆ

การเดินทางที่รวดเร็ว ก็โอเค ทำให้เราสบาย แต่ “ระหว่างทาง” ก็สำคัญเหมือนกัน

ปกติไปเที่ยวกับเดอะแก๊งค์ ก็นั่งรถ ไม่หลับ ก็เม้าท์ๆ สองข้างทางแทบจะไม่ได้มอง

  

 

 

 

........... แต่ครั้งนี้ต่างออกไป...........

 

“พี่ฟ้าทะยานโจน” พลขับประจำทริปนี้ของเรา

เสียงเจื้อยแจ้วที่ได้ยินตลอดทั้งการเดินทาง

แรกๆ ยังไม่คุ้นชิน ค่อนไปทางแอบหงุดหงิดเล็กๆ

เฮียแกตั้งคำถามได้กับทุกสิ่งบนโลกใบนี้

ทุกสิ่งที่ผ่านตา ตั้งคำถามได้ตลอดเวลา

ตั้งแต่แมลง นก ก้อนเมฆ ลามไปจนถึงวัว ควายข้างทาง

ฟังไปนานๆเข้า เริ่มชิน เริ่มฟังตามในสิ่งที่แกพูด

เริ่มมองตามข้างทางในสิ่งที่แกเอ่ยถึง

เออ.... ก็ดีเหมือนกันแฮะ

ได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน ฟังไป ดูตามแกไป ก็เพลินดีเหมือนกัน

ถึงบางเรื่องจะมีงงๆ ฟังแล้วเอียงหัว เกาหัวแกรกๆบ้าง.....ก็ยังโอเค

มีแอบจอดรถ แวะถ่ายรูป ชื่นชมธรรมชาติข้างทางบ้างประปราย

 

  

 

 

 

และแล้วเราก็มาถึง “บ้านวัดจันทร์”

หลังจากเดินทางมายาวนานร่วม 12 ชั่วโมง

ช่วงหน้าฝนโลว์ซีซ่นแบบนี้ สามารถเดินเข้าไปหาที่พักได้ไม่ยาก โดยไม่ต้องจอง

เดินทางกันมาไกล แต่สิ่งที่ได้เจอ ก็คุ้มกับที่เดินทางมา

บรรยากาศอาจจะไม่ค่อยเป็นใจ มีฝนตกพรำๆตลอดเวลา

แต่สายฝนพรำๆที่บ้านวัดจันทร์ กลับทำให้รู้สึกดี

ช่างต่างกับฝนเมืองกรุงเสียจริง 555


 

 

 

 

สิ่งแรกทีทำเมื่อมาถึง “บ้านวัดจันทร์” คือ อาบน้ำคร่า!!!

เหนียวตัวมาตลอดทาง พออาบน้ำเสร็จ ฝนหยุดตกพอดี

อาบน้ำร่างกายสดชื่น มาเจออากาศเย็นๆหลังฝนตก สดชื่นคูณสองเข้าไปอีก

 

 

 

 

ออกมาเดินเล่น ชมบรรยากาศเขียวๆ เขียวมากกก

เดินไปสมทบกับฟอร์ซ่านุที่ไปชิวที่อ่างเก็บน้ำอยู่ก่อนแล้ว

ระหว่างทางเดินผ่านแนวสวนสนที่มีอยู่ทั่ว ได้บรรยากาศยังกะเกาะนามิ (>_<)

 

 

 

 

 

 อยากจะหยุดไว้ให้นานๆ....ลบคนรอบด้านทิ้งไป 

จะเก็บไว้....เก็บเอาไว้....นานกว่านี้จะได้ไหม 

ชั่วโมงนึงที่ฉัน ได้พบกับเธอนั้นช่างสุขใจ   

 

 

เดินผ่านกลุ่มต้นเมเปิ้ลที่ตอนนี้ยังเป็นสีเขียวอยู่

มอง...และคิดไว้ว่าสักวันต้องมาดูวันที่มันเป็นสีแดง ไม่นานนี้แหละ


 

 

 

เดินไปอีกสักพัก ก็ผ่านกลุ่มต้นดอกพญาเสือโคร่ง ที่ยังเขียวอยู่เช่นกัน

มอง...และก็คิดในใจอีกว่า สักวันจะต้องมาดูวันที่มันเป็นดอกสีชมพู ฮ่าๆ

จะมาให้ครบทุกฤดูเลยคอยดูสิ !!!!!!


 

 

 

จากบ้านพัก เดินลงไปนิดนึง จะเห็นเป็นทุ่งนาสีเขียว เขียวมาก เขียวทั้งทริป

ฉากหลังเป็นป่าสน บวกกับท้องฟ้าหลังฝนตก แอร๊ยยยยยย ฟินอ่ะ

 


 

"♫  อยู่ในชั่วโมง...ต้องมนต์....ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น....

ราวกับดอกไม้...ที่ผลิบาน....เป็นรักที่มีข้างใน ... ♫ "

 

 

 

 

 

แถวๆทุ่งนา ตรงบริเวณอ่างเก็บน้ำที่สามหนุ่ม สามมุมไปรออยู่ก่อนแล้ว

ฟอร์ซ่านุบอกว่า ตอนเช้าช่วงหน้าหนาวจะสวยมาก

จะมีสายหมอกลอยเป็นเส้นๆเลย นั่น... ยั่วเข้าไป

  

เสียดายที่เราใช้เวลาตรงอ่างเก็บน้ำแค่แป็บเดียว

ไม่เป็นไร ไว้เจอกันคราวหน้าพร้อมใบเมเปิ้ลละกันนะ จุ๊บๆ


 

 

 

ปิดท้ายค่ำคืนแรกที่ "บ้านวัดจันทร์"

ด้วยเสียงอูคูเลเล่จากแน๊ตตี้ และเสียงกีตาร์จากฟอร์ซ่านุ

เคล้าด้วยเสียงฝนตก (อีกแล้ว) บวกกับ Smirnoff รสแอปเปิ้ลผสมชเวป

แกล้มด้วยเลย์รสเมี่ยงคำ ฮ่าๆ ได้บรรยากาศสุดๆ 

 

ถึงจะใช้เวลาที่ "บ้านวัดจันทร์" ไม่นาน

แต่ก็รู้สึกประทับใจมาก  และเราต้องเจอกันอีกครั้งแน่นอน


 

 

 

การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้วางแผนอะไรมากมาย

เป้าหมายในตอนแรก มีแค่ที่ "บ้านวัดจันทร์" เพียงทีเดียว

คือเรามาเพื่อสิ่งนี้ โดยเฉพาะค่ะ

แต่หลังจากที่คุยๆ ตกลงกันแล้ว วันถัดไปเราจะไป "ปาย" กัน

แอบตื่นเต้น ไม่เคยไป ฮ่าๆ

 

 

แล้วเจอกันเอนทรี่หน้า ที่ "ปาย" นะคะ ^^

 

 

 

 

 เมื่อตะวันนิทรา...

 .......ฟ้าจะรอพบจันทร์

ฉันจะฝันถึงเธอ....♫ 

 

 

 

แล้วเจอกันอีกนะ "บ้านวัดจันทร์"

..... อีกไม่นานเกินรอ..... ^^

 

 

 

Date : 17 Sep 2013


ปอลิง : ขอบคุณรูปงามๆ จากฟอร์ซ่านุ และพี่ฟ้าทะลายโจนค่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านภาพแลำคำบรรยาย บอกได้คำเดียวว่าน่าอิจฉามากเลยค่ะ :)
~กำลังคิดว่าสิ้นปีจะไปแอ่วเหนือบ้าง555

#7 By Au-ii on 2013-11-03 08:13

อ่านแล้วอารมณ์ดีตาม confused smile   น่ารักจังค่ะ

#6 By lizardgirl on 2013-09-30 09:45

big smile big smile
อ่านพร้อมภาพประกอบแล้วอารมณ์ดีตามเลยค่ะ
ชักอยากไปเยือนบ้างแล้วสิคะ...บ้านวัดจันทร์ ^^

#5 By รักคือ? on 2013-09-28 10:40

อยากไปด้วยยยยย

#4 By Nicky on 2013-09-25 23:58

น่ารักที่สุดในโลก
:))

#3 By น้ำตาแสงใต้ (119.46.72.230) on 2013-09-25 16:25