ถ้าให้นึกถึง “ปาย”

นัชชิจะนึกถึงช่วงมหาลัย

ช่วงที่ “ปาย” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนแห่กันไปเยอะมาก

จำได้ว่า ช่วงนั้นมีแต่คนพูดถึงแต่ “ปาย”

 

 

“ไปปายกันเถอะ”

 

 

คำชวนจากใครสักคนในเดอะแก๊งค์

เอ่ยขึ้นมาหลังจากสอบวิชาอะไรสักอย่างเสร็จสิ้น

 

 

“เก็บกระเป๋าแล้วไปกันคืนนี้เลย"

"ใครจะไปบ้าง ที่พักไปจองเอาดาบหน้า”

 

 

เป็นทริปแบบฉุกละหุกสุดๆ

แป๊บเดียว กลับไปเก็บกระเป๋าที่หอ แล้วมุ่งหน้าไปเลย

แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้ นัชชิไม่ได้ไปนะคะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อดค่ะอด

เพราะวันถัดมาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในกลุ่มที่ติดสอบ

และเพื่อนๆเดอะแก๊งค์สุดที่รัก ก็ไม่รอด้วยค่ะ

แม่ม...เพื่อนบังเกิดเกล้าจริงๆ

หลังจากนั้น เราก็เก็บสถานที่แห่งนี้ไว้ในใจ

คิดเอาไว้ว่าซักวันเราคงได้พบกัน

 

 

 

อีกอย่างที่นึกถึง เมื่อพูดถึง “ปาย”

 เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนึง ที่ชอบมาก

ส่วนตัวภาพยนตร์ ถือว่าไม่สำคัญละกันนะ ฮ่าๆๆ

ผ่านไปละกัน ไม่มีอะไรน่าจดจำเท่าไหร่

ทุกๆครั้งที่ฟัง ก็จะคิดตลอดว่า

 

“เมื่อไหร่จะได้ไปปายซักทีนะ”


ยิ่งถ้าได้ไปกับคนที่เราอยากไปด้วย คงจะมีความสุขมากๆแน่เลย

 

 

 

 

 

 

..ฉันมีความทรงจำดีดี ในหลายที่ที่เคยไป 

ทะเล...ภูเขา...สายธาร...เมฆหมอกขาว... 

แต่มีเรื่องราวที่หลากหลาย  

ได้เคยเห็นความหวัง ในรอยยิ้มของผู้คน 

เคยมีความกังวล...บนถนนเมื่อฝนพรำ 

และมีความสุขใต้ฟ้าสีดำ...ในคืนที่มีดาวพร่างพราย  

 

 

และในที่สุด นัชชิก็ได้มาเยือน “ปาย” จนได้

ถึงจะมาแบบงงๆ ไม่ได้แพลนเอาไว้ แต่ก็ถือว่าได้มาแล้วอ่ะ

หลายคนบอกว่า “ปาย” ทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก มีความเป็นเมืองมากขึ้น

เสน่ห์ของ “ปาย” สมัยก่อนที่เคยมี ค่อยๆเลือนหายไป

ฟังแล้วอยากจะนั่งไทม์แมชชีนโดราเอมอนย้อนเวลากลับไปจริงๆ

 

จริงๆอย่าเรียกว่ามาเที่ยวเลย เรียกว่าแวะมาน่าจะถูกกว่า

หลังจากนอนค้างคืนแรกที่ “บ้านวัดจันทร์”

วันต่อมา เราก็ตกลงกัน (ผสมๆกับความเอาแต่ใจของสาวๆ 55) ว่า..

เราจะแวะไปที่ “ปาย” แล้วไปต่อที่ “ห้วยน้ำดัง”

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว พลขับฟ้าทะยานโจนก็ขับรถมุ่งหน้าสู่ “ปาย”


 

 

 

ขับรถจาก “บ้านวัดจันทร์” มาไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทางของเรา

ระหว่างทางขับรถผ่านแนวต้นไม้ ต้นอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นสีชมพู

ก็จอดรถ แวะถ่ายรูปกันตามระเบียบ


 

 

 

 

ระหว่างถ่ายรูปข้างทาง มีช๊อตนึง

คุณพี่ฟ้าทะยานโจน ให้เดินลงไปตรงทุ่งนา หามุมงามๆถ่ายรูป

ทันใดนั้น ฮีก็ร้องเสียงดังว่า “งู !!!!!”

ปฏิกิริยาตอบสนองนัชชิไวมากค่ะ ยังไม่เห็นแม้กระทั่งปลายหาง

กระโดดขึ้นจากคันนาอย่างรวดเร็ว เยี่ยงเจอผีปอบ แล้ววิ่งหนีปีนขึ้นต้นไม้สูง

ถ้าพี่ฟ้าจะตะโกนดังขนาดนี้ -_-“


เรามาฝากท้อง มื้อเช้าผสมกลางวันที่หมู่บ้านจีนยูนนาน

เอร็ดอร่อยกับขาหมูและหมั่นโถว ที่เด็ดสุดคือ เห็ดหอมผัดซีอิ้ว

ส่วนรูปอาหาร ไม่มีค่ะ 5555 อาหารวางปุ๊บ ช้อนจ้วงปั๊บ

เยี่ยงแร้งลงมากินศพ ต้องรีบกินค่ะ

บางคนปล่อยให้หิวมากไม่ได้ เดี๋ยวงอแง 555

 

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารจีนสไตล์ยูนนาน

เราก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่จุดชมวิว “ทะเลหมอกหยุนไหล”

ฝนยังคงตกพรำๆ ตลอดทั้งการเดินทาง

เส้นทางดูแคบ แอบขึ้นลำบาก ถ้าฝนตกหนักกว่านี้อาจจะขึ้นไปไม่ได้

แต่สุดท้ายเราก็ดั้นด้นขึ้นมากันจนได้


 

 

 

 

พอขึ้นไปถึงแล้ว รู้สึกดีมากจริงๆ เห็นทิวทัศน์ของเมืองปายได้ 360 องศาเลย

อยากจะยืนนิ่งๆอยู่แบบนั้น ไม่อยากลง เก็บเอาอากาศแบบนี้ไว้กับตัวให้ได้มากที่สุด

ไม่อยากจะคิดถึงตอนเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอกยามเช้า แอร๊ยยยยย


 


 

ข้างบนจุดชมวิว มีบริการที่พัก มีทั้งบ้านดิน ที่กางเต้นท์

เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 20 บาท

จากนั้นตากล้องทั้งสามก็กระจายตัวถ่ายรูป ถ่ายมันทั้งฝนพรำๆนั่นแหละ


 

 

 

 

มีชาให้ดื่มด้วย อากาศเย็นๆ จิบชาร้อนๆ ฟินเกิ๊น 


 

 

 

รินชาไป ถ่ายรูปไป ทริปนี้มาเป็นนางแบบสวยๆ 

รู้สึกตัวเองเหมือนดารา มีกล้องประมาณสามตัว 

ถูกเรียกชื่่อ แล้วก็มีเลนส์พุ่งมาที่เราตลอดเวลา 


 

 

 

เหมือนมีตากล้องส่วนตัวกันคนละคน

เรามีฟอร์ซ่านุถ่ายให้ ส่วนแน๊ตตี้ก็มีพี่แจ้งถ่ายให้ 

สภาพอากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน

เอากล้องไอโฟนถ่ายออกมาดูเทาๆ ทึมๆ ทุกรูป

ดังนั้น ใช้กล้องชาวบ้านเค้านี่แหละ ดีแระ 55

 


 

 

จากนั้นก็แวะซื้อสายกีตาร์ เหตุจากเมื่อคืนเล่นหนักไปหน่อย สายขาดคร่า

เดินผ่านร้านโปสการ์ด ยืนมองอยู่ซักพัก....ส่งโปสการ์ดดีกว่า

เลือกใบที่ถูกใจได้แล้ว ก็ยืนนิ่งอยู่ซักพักใหญ่ๆๆๆ

เพราะจำที่อยู่ไม่ได้ 55 นั่งส่งกระแสจิตอยู่ครู่นึง

เอาละ...เสร็จละ ส่งโลด


 

 

 

 

.... ฉันแค่คิดถึงเธอ..ทุกที่ที่ฉันเจอ..ความงดงาม..”

 

 

มา “ปาย” ครั้งแรก ถึงจะแวะมาแค่แป๊บเดียว

แต่ก็รู้สึกดีมากๆ ช่วงเวลาที่อยู่ตรงจุดชมวิว

อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้น มองภาพวิวที่อยู่ตรงหน้า

ถ้าดวงตาเรากดอัดภาพที่อยู่ตรงหน้าเก็บไว้ได้ก็คงจะดี

รูปที่ผ่านกล้อง ถ่ายออกมาสวยยังไง ก็ไม่สวยเท่ามองผ่านดวงตาของเราจริงๆ

เราบันทึกภาพผ่านดวงตาไม่ได้ ทำได้แค่เพียง เก็บภาพนั้นไว้ในความทรงจำ

ถึงจะมีคนบอกว่า มันไม่ค่อยเหมือนเดิมแล้ว

แต่เราก็ชอบอยู่ดีนะ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อก่อนมันเป็นไงด้วยมั้ง 55

 

 

 

 

แต่สิ่งเหล่านั้น....มันคงเป็นเพียงความทรงจำล่วงเลยผ่านไป 

ที่มันมีความหมายต่อใจฉัน..... 

เพราะเธอ....ได้ผูกพันรักไว้ในความทรงจำ 

 ไว้คอยย้ำเมื่อยามมองดูรูปถ่าย .... 

ยิ้มของเธอทำให้เวลานั้นมีความหมาย 

เหมือนมันมีเธอมาเขียนเรื่องราวให้..  

 

 

ถึงจะแค่แวะมา แต่ก็เขียนได้ตั้งเอนทรีนึงแน่ะ ฮ่าๆ

เอนทรี่หน้าเป็นเอนทรี่สุดท้าย เราจะเจอกันที่ “ห้วยน้ำดัง” ค่ะ

 

 

ลาไปด้วยท่อนสุดท้ายของเพลงนี้

 

“ปายอินเลิฟ”

 

 

 

 

ฉันฝันถึงวันดีดี...ในหลายที่ที่เคยไป 

หากเธอเป็นภูเขา...ฉันจะเป็นเมฆหมอกขาว 

ที่โอบกอดเธอชิดใกล้ 

และเธอเป็นทะเล...ฉันจะเป็นแม่น้ำ 

ที่ไหลรินตามไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ใด.... ฉันจะไปหา ฉันจะไป  

  เพราะความรักทำให้รู้ว่า 

จะมีชีวิตเพื่อคนที่สำคัญกว่าตัวฉัน 

กว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา  

 

 

 

 Date : 25 Sep 2013

 
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าไปมากเลยครับ laughing

#9 By OXYGEN2 on 2015-11-08 14:12

#8 By (1.20.6.92|10.133.146.27, 1.20.6.92) on 2014-08-15 06:22

Hot! Hot! Hot! Hot!

ภาพสวยทุกรูปเลยนะครับ^^confused smile
สวยทั้งคนทั้งวิวครับbig smile

#4 By kae on 2013-11-23 11:10

ภาพสวยทุกรูปเลย :)
ไม่ได้ไปปายหลายปีแล้วเหมือนกันค่ะ

#3 By winter-moonlight on 2013-10-01 13:47

ชอบรูปสุดท้ายเหมือนกัน สวยมาก
ต้องชมคนถ่ายนะ

#2 By Nicky on 2013-09-25 23:56

นัชชิ วิวสวย คนน่ารัก ชอบรูปสุดดท้ายอะ

#1 By ยองวอน เอกเกา (101.108.189.18) on 2013-09-25 16:57