Japan Trip 05 : Kyoto : Arashiyama, Kinkakuji

posted on 16 Jul 2014 01:18 by nat-chi in Trip directory Travel, Diary
 
 
 
 

 

เข้าสู่วันที่ 5 ของทริปญี่ปุ่น

โปรแกรมวันนี้ของเรา จุดหมายหลักคือ รถไฟสายโรแมนติค แห่งอาราชิยามะ

สถานที่เที่ยวอื่น เลยเลือกเอาใกล้ๆไว้ก่อน

ยังคงหลีกเลี่ยงการใช้รถเมล์ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เราสามารถไปอาราชิยามะด้วยรถไฟได้

แถมเป็นรถไฟของ JR ด้วย หวานหมูเลย ประหยัดค่ารถอีกแล้วววว

 

โปรแกรมทริปของเราในวันนี้

 

Arashiyama >> Romantic Train >> Kinkakuji >> Osaka Castle

 

โปรแกรมวันนี้ น่าจะเป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุดในทริปนี้แล้ว

เพราะอยากนั่งรถไฟสายโรแมนติคเที่ยวแรก ไม่อยากไปเจอคนเยอะๆ

และบรรยากาศตอนเช้าน่าจะดีกว่า มีหมอกบางๆ อากาศเย็นๆ

มโนไปไกลมากกก พูดเลยยยยยย

 

ตื่นเช้ามาแบบเบลอๆ งัวเงียๆ

บอกลาอาหารเช้า Japanese Style ของโรงแรม (เพราะตื่นเช้าเกิน)

นั่งรถไฟชินคันเซ็น จากสถานีโอซาก้า ไปสถานีเกียวโต เหมือนเดิม

ทริปนี้ นั่งชินคันเซ็นบ่อยมาก นั่งเป็นรถเมล์เลย 55

จากนั้นต่อรถไฟ JR Sagano Line ไปลงสถานี Saga-Arashiyama

เพื่อไปต่อรถไฟสายโรแมนติค รอบแรก เวลา 9 โมง

 

พอไปถึงสถานี Saga-Arashiyama ตอนประมาณ 8 โมง

มีเวลาอีกชั่วโมง กว่าจะเป็นรอบของรถไฟสายโรแมนติค

ว่าแล้วเราก็เดินเล่นโดยรอบ โดยจุดมุ่งหมายแรก

คือ “สะพานโทเง็ตสึ (Togetsukyo Bridge)”

เป็นสะพานที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอาราชิยามะ

 

 

แต่จะไปยังไงล่ะ ดูจากแผนที่ตรงสถานีรถไฟ

ไกลใช้ได้เลย ถ้าต้องเดินไป เห็นระยะทางแล้วอยากเช่าจักรยานมาขี่เล่นทันที

แต่สงสัยเราจะมาเช้าไป เพราะเมืองมันเงียบมากกกก

เอาวะ เดินละกัน อากาศเย็นๆ เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ

 

อาราชิยามะ เป็นเมืองที่เงียบสงบ และน่ารักมาก

สงบนี่ไม่รู้ว่าเพราะเมืองมันสงบอยู่แล้ว หรือเพราะเรามากันเช้ามาก

เห็นคนปั่นจักรยานผ่านไปเรื่อยๆ มันดูชิว ดูน่าอยู่ ไม่วุ่นวาย

 

 

 

เดินมาเรื่อยๆ แบบงงๆ ในที่สุดก็เจอสะพาน

พอเจอสะพานแล้วก็ยังงงอยู่ ว่ามาถูกที่รึเปล่า

ถ้ายังมีซากุระบาน เชื่อเลยว่าต้องสวยกว่านี้แน่นอน

เราคงมาผิดช่วง เพราะน้ำในแม่น้ำ ก็ดูไม่ค่อยเยอะ บรรยากาศดูแห้งๆ

แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ นั่งชมวิว ริมแม่น้ำ บวกอากาศดีๆยามเช้า

เพียงเท่านี้ ก็มีความสุขจะแย่แล้ว

 

 

 

 

นั่งรับลม ชมสะพานกันอยู่ซักพัก ก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ

โดยเรานั่งรถไฟสาย JR Sagano Line ที่เรานั่งมานั่นแหละ ไปลงสถานี Umahori

เพื่อเดินมาขึ้น “รถไฟสายโรแมนติค” ที่สถานี “Kameoka Torokko”

ตื่นเต้นมากมาย ช่วงระหว่างนั่งรถไฟ มองไปด้านนอก

บรรยากาศมันช่างงงงงงง ไม่รู้จะบรรยายยังไง

รถไฟเลี้ยวอ้อมแนวทิวเขา ผ่านลำธารสวยๆ วิวมันสุดยอด

นี่ขนาดยังไม่ได้นั่งรถไฟสายโรแมนติคนะ

 

ทริปนี้ มีหลายโปรแกรมที่ไม่เป็นไปตามที่วางไว้

ซึ่งอันที่เสียใจมากที่สุด ก็คือสิ่งนี้นี่แหละ

 

รถไฟสายโรแมนติค ปิด !!!!!!!!

 

ยืนเงิบอยู่พักนึงเลย น้ำตาจะไหล

 

“ฉันมาไกล....มาไกลเหลือเกิน”

 

เค้าบอกว่ารถไฟปิดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน

คือเดือนนึงมี 30 วันป่ะ มีวันพุธตั้ง 4 วันป่ะ ทำไมต้องวันนี้อ่ะ ทำไมๆๆๆๆๆ

เอาไงดี แพลนเปลี่ยนกระทันหัน กลับไปสถานีอาราชิยามะก่อนละกัน

 

ว่าแล้วเราก็เลยปรับแผน มาเดินเที่ยวในอาราชิยามะต่อ

ไปวัดเท็นริวจิ และป่าไผ่ต่อเลย

 


 

 

ส่วนของป่าไผ่ เป็นทางเดินที่มีป่าไผ่อยู่สองข้างทาง

ตอนดูรูปคิดไว้ว่ามันน่าจะสวยกว่านี้

พอมาเห็นของจริง กลับรู้สึกเฉยๆ เพราะมันโหรงเหรงมาก

แถมมีสายไฟพาดไปมาตลอดทาง

คนละอารมณ์กับตอนไปเจอสวนสนที่เกาะนามิ

ในรูปว่าสวยแล้ว ของจริงนี่สวยโคตรรรร

 

 

 

 

เดินต่อมาเรื่อยๆ ก็มาเจอ "วัดเท็นริวจิ"

วัดเท็นริวจิเป็น 1 ใน 5 วัดที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเมืองเกียวโต

พื้นที่กว้างมากกกก บรรยากาศภายในวัด ดูสวยงามแบบเรียบๆ ดูสงบ



 


 

 

ถ้าเข้าไปด้านในวัด (ค่าเข้าวัด 500 เยน) จะเจอสวนแบบเซน ที่มีบ่อน้ำตรงกลาง

ถ้ามาในช่วงใบไม้สีแดง น่าจะสวยมากๆ


 

 

 

 

จุดมุ่งหมายต่อไปของเราคือ “วัดคินคะคุจิ” หรือ “วัดทอง”

จากเรื่อง อิคิวซัง” (ปราสาทสีทองๆของโชกุนนั่นแหละ)

นั่งรถไฟ JR Sagano Line เจ้าเดิม มาลงที่สถานี Emmachi

จากนั้น ต่อแท๊กซี่เหมือนเดิม 4 คนหารกัน ถูกมาก

ถ้าใครอยากต่อรถเมล์ก็ได้ นั่งสาย 204, 205 ลงป้าย Kinkaku-ji


 

 

 

วินาทีแรกที่เห็นตัวปราสาท ถึงกับร้อง โอ้โห เลย

วัดสวยมาก มันเหมือนกับเดินๆมาตามทาง แล้วเจอแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา

เพราะมันเหลืองทองอร่าม สะท้อนสระน้ำสวยงามมาก

แล้วก็จบละ ตะลึง อลังการอยู่แว่บเดียวจริงๆ จากนั้นก็เฉยๆละ

เพราะก็ได้แต่มองจากที่ไกลๆ แค่นั้น

 

 

 

เข้าชม 400 เยน 

 

ตรงทางเดินบริเวณทางออก มีให้โยนเหรียญตรงพระพุทธรูปหิน

โยนให้ลงขันหินด้านหน้าพระพุทธรูป ไอ้เราก็ขอลองบ้าง

แล้วก็เสร่อมาก ใช้เหรียญ  1 เยน อย่างเบา มวลสารโมเลกุลระดับปุยนุ่น

โยนที เหรียญแทบปลิวไปกับสายลม ไร้น้ำหนัก ชาติหน้าจะลงขันมั้ย ตอบ !!!!!

โยนไปสิ โยนไปพันเยน ก็ไม่ลง

คุณนี้ดใช้เหรียญ 5 เยน โยนเช็ดแป้น ลงด้วยอ่ะ !!!!!

 

 

โปรแกรมเที่ยวเกียวโตในวันนี้ของเรา เสร็จเร็วกว่ากำหนด

(ยังคงสะเทือนใจกับรถไฟสายโรแมนติคอยู่ T^T )

เราเลยตกลงใจกันว่า จากอิคิวซัง เราจะมุ่งหน้าไปหา ฮัตโตริ เฮย์จิ ที่ปราสาทโอซาก้าเลยละกัน

วิธีไปก็คือ นั่งรถไฟ JR Sagano Line จากสถานี Emmachi ไปลงสถานี Kyoto

จากนั้นนั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี Osaka เพื่อเปลี่ยนไปเป็นสาย JR Osaka Loop Line

ไปลงสถานี Osakajokoen

แต่....ช่วงเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Kyoto เพื่อจะไปสถานี Osaka

นัชชิ กับนิกกี้ ก็รีบวิ่ง เพราะกลัวไม่ทันรถไฟ

จะทันมั้ย ทันน่า รถไฟจอดรออยู่แล้ว กระโดดเข้ารถไฟ

เรียบร้อย ทันจริงๆด้วย หันหลังไปปุ๊บ ประตูรถไฟปิดปั๊บ

แต่....ปุ้ม กับคุณนี้ด ยังอยู่นอกรถไฟ มองมาจากนอกรถไฟ กระพริบตาปริบๆ

 

เฮ้ยยยยย !!!!! กรี๊ดดดดดดดด ทำไงอ่ะๆ

รถไฟจะออกแล้ว สื่อสารกันผ่านรูปปาก ซึ่งไม่รู้เรื่อง คุณนี้ดพูดอะไรว้า

งานเดาใจต้องมา Pocket Wifi ก็อยู่กับคุณนี้ด

นิกกี กับเราไม่มีเน็ต ติดต่อกันยังไง สองคนนั้นจะจำได้มั้ยว่าต้องลงสถานี Osaka

ปกติลงสถานี Shin-Osaka กันจนชิน แผนการเดินทางทำไปก็เท่านั้น

สองคนนั้นคิดว่าน่าจะไม่เคยอ่าน 5555

นิกกี้ถึงกับเครียด นิ้วมีสิบนิ้ว กัดครบทุกนิ้ว

พยายามจะขอแชร์อินเตอร์เน็ตจากคนอื่น (งานยากนะนั่น)

พอมาถึงสถานี Osaka (ซึ่งไกลจากที่พลัดหลงกันพอสมควรอยู่)

เลยตัดสินใจ ให้นิกกี้ ยืนรอตรงหน้าทางออก ของประตูโบกี้รถไฟที่เรานั่งมา

สองคนนั้นน่าจะนั่งรถไฟตามมา ถ้าไม่นั่งขบวนผิด หรือไม่ลงสถานีผิด

ก็ต้องโผล่มาเจอกันตรงนี้นี่แหละ  

ส่วนเรา พยายามหามุมที่สามารถใช้ Wifi ฟรีให้ได้ เพื่อหาทางติดต่อ (ซึ่งไม่มี T^T)

 

สลับหน้าที่กันบ้าง นิกกี้พยายามชะเง้อมองหา แทบทุกขบวนที่จอดเทียบชานชาลา

บวกกับวิ่งวุ่น โบกผ้าพันคอ ขอยืมใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งมันยากมากจริงๆ ที่เค้าจะเข้าใจที่เราพูด

สุดท้ายการยืนรอ ที่จุดนั้น คือ วิธีที่ดีที่สุดแล้ว

สองคนนั้นนั่งรถไฟถูกขบวน และลงถูกสถานี และลงจากโบกี้ที่เรายืนรออยู่พอดี เป๊ะ !!!

เก่งมากกก อย่างน้อยก็ยังฟังชั้นพูดบ้างสินะ ว่าเราจะไปสถานีไหน

สองคนนั้นบอกว่าเกือบลงสถานี Shin-Osaka แล้วตอนแรก 555

 

เสียเวลาเที่ยวกันไปเล็กน้อย แต่ก็สนุกดี นึกย้อนกลับไป ก็ขำ

ว่าแล้วก็ลุยกันต่อ นั่งรถไฟไปลงสถานี Osakajokoen

จากสถานี ไปถึงปราสาทโอซาก้า เดินขาแทบลาก

หน้าปราสาทโอซาก้า มีร้านขายยากิโซบะ ทาโกะยากิข้างทาง

ขนาดเป็นคนชอบกินทาโกะยากิ ยังต้องโยนทิ้ง โคตรจะไม่อร่อย


 

 

 

บริเวณปราสาทโอซาก้าค่อนข้างมีพื้นที่กว้างขวาง

ก่อนจะเข้าไปก็ถ่ายรูปเล่นตามสเต็ป


 

 

 

 

บริเวณหน้าปราสาท ยังมีต้นซากุระสวยๆบางต้น เหลืออยู่

นานๆทีจะเจอซากุระเต็มต้น ก็เอาซะหน่อย


 

 

ปราสาทโอซาก้ายิ่งใหญ่ที่สุดนะฮะ ฮัตโตริ เฮย์จิกล่าวไว้ 

เดินชมบริเวณรอบๆปราสาท อากาศดีมากจริงๆ

ไม่ได้เข้าไปในตัวปราสาท แค่เดินมาก็จะอ้วกแล้ว ปวดขาโคตรๆ



 

 

เห็นตัวปราสาทมุมนี้แล้วนึกถึงโคนัน ตอนคดีฆาตกรรม

ที่มีคนโดนเผาอยู่บนหลังคาปราสาทโอซาก้า 

(ว่าแต่โคนัน ชาติไหนจะจบคะ -_-") 



 

 

หลังจากใช้พลังงานมาทั้งวัน เราก็เลยมาหามื้อเย็นกินกันที่

ถนน "เท็นจิมบาชิซุจิ (Tenjimbashisuji Shopping Street)" ที่สถานี Temma

มันเป็นทางเดินช๊อปปิ้งของโคตรถูกกกกก ที่ยาวมากกกกกกกกกก

ยาวจนเดินไม่สุดตรอก จะยาวไปไหน

ด้อมๆมองๆอยู่ซักพัก ว่าแล้วเราก็ตัดสินใจกินสิ่งนี้


“ยากิโทริ”


ลองของเสียบไม้ทอดกันมาแล้ว มาลองของเสียบไม้ย่างกันดูบ้าง

พนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้กันเลยยยยยยย เมนูภาษาญี่ปุ่นล้วนนนนนนน

เราก็ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นแบบงงๆ เวอร์ชั่นเปิดหนังสือ บวกกับจิ้มรูปภาพประกอบ

พร้อมภาษามือ ภาษากาย ผสมๆกันไป ในที่สุดก็สั่งของมากินได้

สั้นๆเลยนะ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ส่วนพนักงานในร้านก็หน้าตาดีมากกกกกกก

ค่อยๆโผล่มาจากเค้าน์เตอร์ทีละคนสองคน โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

จนถึงกับสงสัยว่า มีประตูกลซ่อนอยู่ใต้เค้าน์เตอร์รึป่าว

 

 

 

จานแรกเป็นมันทอด

หวานๆ อร่อยมาก กินแล้วหยุดไม่ได้ 


 

 

 

หมูสามชั้นกับหอมหัวใหญ่ 

จานนี้ถึงขั้นต้องสั่งเบิ้ล


 

 

ไก่ย่างกับต้นหอมญี่ปุ่น

เมนูมาตรฐานของยากิโทริแทบทุกร้าน

เบิ้ลจานสองอีกเช่นกัน


 

 

 

ด้วยความที่หน้าตาดี เราเลยได้ตูดไก่มาฟรี

เป็น Service จากทางร้าน น่ารักจริงๆ 

เป็นตูดไก่ที่อร่อย กรุบๆ มันๆ เจ๋งโคตร

 


 

 

ยัง !!! แค่นั้นยังไม่หนำใจ แยกกับสองสาว

เรากับคุณนี้ดก็มาจัดราเมนกันต่อ

สมใจคุณนี้ด กินอย่างเมามันมาก นางดูฟินมากๆ

 

 

 

ไม่ได้เป็นคนกินเลยไม่รู้รสชาด

แต่ดูจากสีหน้าฟินๆของคุณนี้ดแล้ว น่าจะอร่อยใช้ได้เลย

หรือไม่นางก็ลิ้นจระเข้ กินอะไรก็อร่อยไปหมด

 

 

 

คืนสุดท้ายในโอซาก้า เป็นวันที่อะไรหลายๆอย่างไม่เป็นใจ

แต่ก็มีประสบการณ์แปลกๆ ที่นึกถึงทีไรก็อดหัวเราะไม่ได้

ด้วยความที่ใช้เวลาอยู่ที่โอซาก้าตั้ง 3 คืน

ถึงแม้ช่วงกลางวันจะเที่ยวเกียวโตก็เถอะ

แต่ถ้าให้เลือก เราประทับใจโอซาก้ามากๆ

 

โอซาก้าเจ๋ง สมกับที่นายโม้ไว้เลย เฮย์จิ 55

ถึงเวลาต้องลาจากกันแล้วสินะ


 

ปิดท้ายด้วยรูปนี้

งานฝาท่อ ณ โอซาก้า


 

 

สถานีต่อไป .....

 

Next Station >>>> Yokohama

 

 

 

 

 Date : 16 July 2014

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ไก่นั่น... (มัวแต่สนใจของกิน)

#2 By winter-moonlight on 2014-09-08 19:12

ภาพสวยจัง ^^

#1 By drpetong on 2014-07-19 09:27